🛠️ กฎหมายหมวกนิรภัยในงานก่อสร้างและโรงงาน – นายจ้างต้องรู้!
หมวกนิรภัยไม่ใช่แค่อุปกรณ์ที่ใส่เพราะ “เขาใส่กัน” แต่ในหลายกรณี — เป็นสิ่งที่กฎหมายบังคับต้องใส่ โดยเฉพาะในงานก่อสร้างและโรงงานที่มีความเสี่ยงสูง
หลายคนที่เป็นเจ้าของโรงงาน ผู้รับเหมา วิศวกร หรือหัวหน้างาน อาจเคยสงสัยว่า…
“ถ้าลูกจ้างไม่ใส่หมวกนิรภัย เราผิดกฎหมายไหม?”
หรือแม้แต่… “หมวกที่เราใช้อยู่ มันผ่านมาตรฐานหรือยัง?”
ในบทความนี้ เราขอสรุปให้เข้าใจง่ายๆ ว่า กฎหมายไทยพูดว่าอย่างไรเกี่ยวกับหมวกนิรภัย ใครต้องใส่บ้าง ใส่ไม่ถูกมีโทษไหม และเราจะเลือกหมวกที่ “ถูกกฎหมาย” ได้อย่างไร
กฎหมายไทยที่เกี่ยวข้องกับหมวกนิรภัยระบุไว้ว่าอย่างไร?
ตาม พระราชบัญญัติความปลอดภัยในการทำงาน พ.ศ. 2554
มาตรา 22 ระบุชัดเจนว่า:
“นายจ้างต้องจัดและดูแลให้ลูกจ้างสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่ได้มาตรฐาน
ลูกจ้างต้องใช้อุปกรณ์นั้นตลอดเวลาทำงาน
หากไม่ใส่ นายจ้างมีสิทธิ์สั่งให้หยุดงานได้”
🔗 อ่าน พ.ร.บ. ความปลอดภัย พ.ศ. 2554 มาตรา 22 (ราชกิจจาฯ)
นอกจากนี้ ยังมี กฎกระทรวงฯ ว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564
ซึ่งใน ข้อ 20 ระบุว่า:
“ให้นายจ้างจัดและดูแลให้ลูกจ้างใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
ตลอดเวลาที่ทำงานก่อสร้าง”
⚠️ แล้วถ้าไม่ทำตามกฎหมาย…จะโดนอะไรบ้าง?
จริงๆ แล้วบทลงโทษก็มีหลายระดับ ทั้งฝั่งนายจ้างและลูกจ้าง เช่น:
ไม่จัดหา / ไม่ควบคุมให้ใช้ PPE:
อาจถูกปรับสูงสุด 500,000 บาทฝ่าฝืนกฎกระทรวง (งานก่อสร้าง):
ปรับ ไม่เกิน 50,000 บาท และอาจถูกสั่ง “หยุดงาน”ถ้าเกิดอุบัติเหตุแล้วไม่มี PPE:
นายจ้างอาจ โดนฟ้องแพ่ง/อาญาลูกจ้างไม่ใส่แม้มีคำสั่ง:
มีสิทธิ์โดน ลงโทษทางวินัย ตามระเบียบโรงงาน
สรุปคือ ไม่ใช่แค่เรื่อง “ความปลอดภัย” อย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับ ความรับผิดทางกฎหมายโดยตรง แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าพื้นที่ไหนที่กฏหมายบังคับให้สวนใส่หมวกนิรภัย หมวกเซฟตี้ และอุปกรณ์ PPE อื่นๆบ้าง?
พื้นที่แบบไหนบ้างที่ต้องใส่หมวกนิรภัย?
ตามแนวทางของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พื้นที่ที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่ศีรษะ ต้องใส่หมวกนิรภัยเสมอ เช่น:
ในไซต์งานก่อสร้าง:
งานเชื่อม ใช้ปั้นจั่น เครื่องจักรกลหนัก
งานติดตั้งโครงสร้าง
พื้นที่ที่มีวัสดุหรืออุปกรณ์อยู่สูง
ในโรงงานอุตสาหกรรม:
พื้นที่เครื่องจักร เตาหลอม สายพาน
คลังสินค้า ชั้นเก็บของสูง
พื้นที่ไฟฟ้าแรงสูง หรือใกล้วัตถุไวไฟ
ใส่หมวกนิรภัย…แต่ถ้าหมวกไม่ได้มาตรฐาน ก็อาจผิดกฎหมาย
หลายคนเข้าใจว่า แค่ใส่หมวกนิรภัยก็ถือว่าปลอดภัยและถูกกฎหมายแล้ว
แต่ความจริงคือ — ถ้าหมวกที่ใช้ ไม่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน ตามที่กฎหมายกำหนด ก็อาจเข้าข่าย “ผิดกฎหมาย” เช่นกัน ตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 ที่ระบุไว้ว่า
“นายจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่ได้มาตรฐาน…”
(ซึ่งรวมถึงหมวกนิรภัยที่ต้อง ผ่าน มอก. หรือเทียบเท่ามาตรฐานสากล )
ดังนั้นนายจ้างควรเลือกหมวกที่ผ่านมาตรฐานตามกฏหมาย เช่น
มอก. 368-2554 (มาตรฐานอุตสาหกรรมไทย)
ANSI Z89.1 (สหรัฐอเมริกา)
EN397 (ยุโรป)
JIS T 8131 (ญี่ปุ่น)
เพื่อความปลอดภัยและเป็นไปตามข้อบังคับทางกฎหมาย และลดความผิดพลาดในการจัดซื้อ เราขอสรุปแนวทางการเลือกหมวกนิรภัยแบบกระชับไว้ดังนี้
🎯 เคล็ดลับเลือกหมวกนิรภัยให้เหมาะกับลักษณะงาน
| ประเภทงาน | หมวกที่แนะนำ |
|---|---|
| งานทั่วไปในโรงงาน | หมวกนิรภัยมาตรฐานทั่วไป (Type 1) |
| งานใกล้ไฟฟ้าแรงสูง | หมวก Class E (กันไฟฟ้าได้) |
| งานในที่มืด / กลางคืน | หมวกมีแถบสะท้อนแสง หรือไฟ LED |
💡 เลือกให้ตรงกับลักษณะงาน = ลดความเสี่ยง + ปฏิบัติตามกฎหมายแบบมั่นใจ
อ่านบทความเกี่ยวกับการเลือกซื้อหมวกนริภัยฉบับเต็มได้ที่นี่
สรุปแล้ว นายจ้างต้องทำอะไรบ้าง? เพื่อให้ต้องถูกกฎหมาย
จัดหาหมวกนิรภัยที่ผ่านมาตรฐาน
กำหนดนโยบายให้พนักงานต้องใส่ตลอดเวลาในพื้นที่เสี่ยง
ตรวจสอบ และเปลี่ยนหมวกนิรภัยทุก 3–5 ปี (หรือทันทีเมื่อชำรุด)
อบรมให้พนักงานเข้าใจและใช้ PPE อย่างถูกวิธี
📦 สนใจหมวกนิรภัยมาตรฐาน มอก.?
เรามีให้เลือกทั้งแบบมาตรฐาน และแบบสกรีนโลโก้สำหรับองค์กร
สามารถสอบถามราคาสำหรับโรงงาน หรือรับใบเสนอราคาได้ที่นี่
👉 ติดต่อฝ่ายขาย-ขอใบเสนอราคา
👉 ดูสินค้าหมวกนิรภัยหมวกเซฟตี้ มาตรฐานมอก.
👉 สั่งซื้อแบบปลีกผ่านตัวแทนบน Shopee






